Sponsor

  • หน้าหลัก
  • Home
  • About
  • Contact

Sponsor

เขาคูหา รัตภูมิวันนี้

August 12th, 2010 saan Comments off

สถานการณ์เขาคูหาวันนี้

Categories: กิจกรรม Tags: เขาคูหา

พระนักพัฒนาแห่งเมืองอุบลฯ

July 28th, 2010 saan Comments off

พระสงฆ์นอกจากเป็นที่พึ่งทางใจ ยังเป็นแบบอย่างความคิดและพฤติกรรมดีของสังคม มีงานวิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งในโครงการอีสานสร้างสุข ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คือ “สุขภาวะพระสงฆ์เมืองอุบลฯ” ซึ่งส่วนหนึ่งได้เผยแพร่ความงดงามของครูบาและวัดซึ่งเป็นต้นแบบการพัฒนา ชุมชนได้แก่ การรักษาโรคด้วยสมุนไพร ที่วัดป่าประชาเทพนิมิตร, การปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาจิตพัฒนางาน ที่วัดป่าสว่างวีระวงศ์, โครงการบ้านเปลี่ยนวิถีคืนคนดีสู่สังคม ที่วัดป่าบ้านแก้ง และปัญญาแก้วิกฤติศรัทธา ที่วัดมงคลโกวิทาราม

วัดป่าประชาเทพนิมิต : สมุนไพรรักษากาย เมตตารักษาใจ
หลวงพ่อสุพัฒน์ เตชพโล พระภิกษุวัย 72 ปี ซึ่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนหลั่งไหลมาที่สำนักสงฆ์วัดป่าประชาเทพนิมิตร ต.ขามป้อม อ.สำโรง เล่า ย้อนว่าท่านเคยเป็นโรคเบาหวาน จึงเก็บเกี่ยวความรู้สมุนไพรและการปรุงยาขนานต่างๆ เพื่อรักษาตนเอง เมื่อมาที่วัดแห่งนี้จึงนำองค์ความรู้มาสงเคราะห์ผู้ป่วยในชุมชน เยียวยาโรคต่างๆ อาทิ โรคเบาหวาน ริดสีดวง โรคกระเพาะ โรคประดง
“..เรา ไม่คิดตังค์เขา อยากสงเคราะห์เพราะเราคือพระสงฆ์ ต้องไม่โลภ กลางคืนก็จะเดินจงกรมสวดมนต์แผ่เมตตาให้คนที่เขามาเอายา บุญที่เราทำก็ขอให้เขาหายจากโรคภัยและทุกขเวทนานั้นๆ ส่วนสรรพคุณของยาก็มีในตัวมันเอง..”

เมื่อแรกๆ ชุมชนยังมีความเชื่อดั้งเดิมในการนับถือผีแถน หลวงพ่อได้ใช้ด้ายสายสิญจน์เป็นกุศโลบายดึงศรัทธาผู้คนเข้าวัดทำบุญตามแบบ อย่างพุทธศาสนิกชนที่ดี นอกจากกิจกรรมรักษาโรคกายด้วยสมุนไพร ท่านยังเป็นที่พึ่งทางจิตใจของผู้คน โดยถือคติว่า “เมตตาคือยาใจรักษาโรค”
“..ชาว บ้านมาที่นี่ต้องการความสุขที่ได้หายจากโรคภัยที่คุกคามทั้งกายและใจ แต่บางครั้งก็เพียงเพราะต้องการน้ำมนต์ ด้ายสายสิญจน์ วัตถุมงคล เพื่อความสุขใจ เราก็ให้ด้วยความเมตตา..”
ผู้คนเดินเข้าไป ด้วยความหวังและกลับออกมาจากวัดพร้อมด้วยห่อยาสมุนไพรเพื่อนำกลับไปรักษา อาการกาย แต่ที่แน่ๆใบหน้าที่อิ่มเอมนั้นบ่งบอกว่าพวกเขาได้รับยาใจจากหลวงพ่อแล้ว

ป่าสว่างวีระวงศ์ : ภาวนาเพื่อพัฒนาจิต พัฒนาชุมชน
วัดป่าสว่างวีระวงศ์ อ.สว่างวีระวงศ์ 20 กว่าปีก่อนเป็นผืนดินแห้งแล้งถูกทิ้งร้าง มีพระสงฆ์ผ่านมาธุดงค์เป็นครั้งคราว กระทั่งปี 2540 พระอาจารย์สมชาติ ธมมโชโต ประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต เริ่มเข้ามาบูรณะ ปลูกต้นไทร 30 ไร่ สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาปฏิบัติธรรม โรงทาน โรงครัว และอาราธนาสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เป็นองค์ประธานเปิดศาลาปฏิบัติธรรมในปี 2545

การปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาจิตและพัฒนางาน จึงได้เริ่มต้นขึ้นโดยการนำของเจ้าอาวาส พระอาจารย์มหาคำสอน ติกขปญโญ ด้วยความเชื่อว่า “ถ้าคนเรามีความคิดดีๆ ก็จะกระทำแต่สิ่งดีๆ ตามมาด้วยผลดีกับชุมชนสังคม และเกิดจิตวิญญาณแห่งความสุข”

ทุกๆเดือนจะมีคนทุกเพศวัย เด็กๆ ผู้ใหญ่ ข้าราชการ ประชาชนทั้งชุมชนในละแวก คนในอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียงมาเข้าค่ายปฏิบัติธรรม เดินจงกรม-นั่งสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบ และฟังบรรยายธรรมที่ยกรูปธรรมเรื่องใกล้ตัว สภาวะที่เกิดขึ้นในสังคม สั่งสอนให้ผู้คนรู้เหตุรู้ผลสามารถแยกแยะดี-ไม่ดี, บาป-บุญ, ผลของการกระทำต่างๆ และให้รู้เท่าทันสติ เท่าทันปัญหา
เมื่อ จิตใจสงบ ก็จะพบความสุข, เมื่อรู้เท่าทันสติเท่าทันปัญหาก็จะเกิดปัญญาแก้ปัญหาชีวิตได้ คือแสงธรรมส่องชีวิตที่วัดแห่งนี้มุ่งหวังว่าผู้คนจะนำไปปรับใช้แก้ทุกข์ สร้างสุขใชีวิตประจำวัน และอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรผาสุกในสังคมได้

วัดป่าบ้านแก้ง : วัดและชุมชนปลอดเหล้า – อบายมุข
เหตุจากโยมพ่อที่เสียชีวิตจากการดื่มเหล้าสูบบุหรี่สะสมมานาน เป็นแรงบันดาลใจให้ พระอาจารย์มหาสมบัติ สทธมโม  เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านแก้ง อ.เดชอุดม อยากช่วยพัฒนาชุมชนให้ปลอดยาเสพติด ปี 2549 จึงทำโครงการวัดและชุมชนปลอดเหล้า โดยร่วมมือกับชาวบ้านตั้งกติกาห้ามขายสิ่งมึนเมาในบริเวณวัด, ห้ามพระสงฆ์สูบบุหรี่ ดื่มสารที่มีแอลกอฮอล์ผสมและเครื่องดื่มชูกำลัง และร่วมมือกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด ทำโครงการบ้านเปลี่ยนวิถีคืนคนดีสู่สังคม เป็นสถานบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชนที่อยากกลับตัวกลับใจ, อบรมแกนนำชุมชนเฝ้าระวังยาเสพติด

ยังริเริ่มกิจกรรมสุขภาพหลากหลาย เช่น พระสงฆ์งดฉันเนื้อสัตว์ ปลูกผักปลอดสารพิษในวัด , สนับสนุนให้มีลานออกกำลังกายในหมู่บ้าน, มีตู้ยาสามัญประจำบ้าน โดยการสนับสนุนของสถานีอนามัยบ้านแก้ง, เข้าร่วมโครงการบริจาคโลหิตของหน่วยกาชาดเคลื่อนที่, รักษาสิ่งแวดล้อม โดยแยกขยะไปทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ปลูกต้นไม้เพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์

วัดใช้ทั้งธรรมะบำบัด ผ่านคำสอนให้รู้คุณค่าความเป็นมนุษย์ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณและชาติศาสนาพระมหากษัตริย์, จิตบำบัด ผ่านการอบรมนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมพัฒนาจิต, เวชบำบัด ใช้สมุนไพรรักษาผู้ติดยา และ อาชีวะบำบัด ฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักปลอดสาร ทำน้ำยาล้างจาน แชมพูใช้เอง เพื่อให้ผู้คนใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และให้โอกาสคนกลับใจ
วัดป่าบ้านแก้ง หรือศูนย์พัฒนาคุณธรรมอำเภอเดชอุดม จึงนับเป็น ศูนย์กลางส่งเสริมสุขภาพของชุมชนอย่างสอดคล้องกับหลักธรรมและภูมิปัญญาท้อง ถิ่น เพื่อสุขภาวะทางสังคม

วัดมงคลโกวิทาราม : ใช้ปัญญาผ่านวิกฤติศรัทธาวัด – ชุมชน
“..ควรเน้นการแต่งใจมากกว่าแต่งกาย  คนเรากินมากแต่งกายมาก  แต่แต่งใจน้อยไป ต้องพึ่งตนเองทั้งทางร่างกาย  จิตใจและสังคม..”
เป็นธรรมะจาก พระครูสิริสุตวิมล วัดมงคลโกวิทาราม ต.ปทุม อ.เมือง ซึ่งย้อนไป 15 ปีก่อนวัดแห่งนี้ว่างเปล่าจากอุบาสกอุบาสิกา บ่งบอกถึงวิกฤติศรัทธาที่ชุมชนมีต่อวัด กระทั่งปี 2539 พระครูได้เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาส พร้อมกับความคิดที่ว่า “ชาวบ้านในชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาในทุกๆด้าน” วัดจึงค่อยๆบริหารความสัมพันธ์กับชุมชนใหม่

“รากไม้ค่อยๆงอกทีละนิด” พระครูเริ่มปฏิบัติการนำวัดเข้าไปอยู่ในจิตใจความคิดและชีวิตประจำวันของชาว บ้าน โดยออกเยี่ยมเยือนทุกหมู่บ้านแสดงความจริงใจและมิตรไมตรี ชักชวนกลุ่มผู้นำชุมชนเข้ามาร่วมปรึกษาหารือรับรู้ในทุกกิจกรรมของวัด ทำให้เกิดการสื่อสารต่อถึงชาวบ้านมาร่วมประชุมแนวทางการบริหารจัดการวัด อย่างโปร่งใสและชาวบ้านมีส่วนร่วม

“ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว” คุณธรรมพิเศษในตัวพระครู คือโอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ผู้คน วางตนเหมาะสม ท่านจึงเป็นแบบอย่างให้ผู้คน อาทิ น้ำใจที่กว้างขวางช่วยเหลือผู้อื่นตลอดเวลาทั้งแรงทรัพย์  ความคิด แรงใจ, ไม่สนทนาเพื่อเอาใจใครแต่ท่านจะใช้วาจาไพเราะแม้เมื่อกล่าวตักเตือน, ด้วยจริยวัตรของพระผู้ใหญ่ที่เหมาะสมในสมณธรรม จึงซื้อใจชาวบ้านได้

ชาว บ้านใส่บาตรพระมากขึ้น พระสงฆ์มีกิจนิมนต์มากขึ้น ชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมเกือบทุกอย่างของวัด จากสภาพวัดที่เคยทรุดโทรม พระเณรก็มีที่อยู่อันควรแก่อัตภาพ มีข้าวปลาพอฉัน มีน้ำประปาไฟฟ้าส่องสว่างให้ปฏิบัติธรรม ทัศนคติด้านลบที่ชาวบ้านเคยมีต่อวัดก็หายไป

การใช้ปัญญาเพื่อผ่านพ้นวิกฤติศรัทธาที่ชุมชนมีต่อวัดและพัฒนา สิ่งดีๆให้เกิดขึ้น ของพระครูศิริสุตวิมล ทำให้ชาวบ้านเข้าใจบทบาทของพุทธศาสนิกชนที่ดี พระเข้าใจหน้าที่และกิจของสงฆ์ที่พึงควร ท่านกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน วัดมงคลโกวิทาราม กลายเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง

ที่มา : http://community.isranews.org/children-women-culture/675-2010-07-23-08-29-12.html

Categories: ข่าว Tags: ข่าว

จะปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างไร

July 17th, 2010 saan Comments off

วิกฤติโลกร้อนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิ อากาศอาจมีผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ (เช่น น้ำ ดิน ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ชายฝั่งทะเลและกาะขนาดเล็กในทะเล) และชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่นในชนบท (เช่น ความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ) ได้หลายระดับ ขึ้นอยู่กับระดับและขนาดของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ  การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่และวงกว้างย่อมสร้างผลกระทบที่รุนแรงได้มากกว่าการ เปลี่ยนแปลงเพียงชั่วคราว หรือในพื้นที่ขนาดเล็ก  นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศยังส่งผลต่อภาคการเกษตรได้ในอีกหลายแง่มุม ทั้งจากการที่ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีความเข้มข้นมากขึ้น, ความชื้นในบรรยากาศและฝนที่เปลี่ยนแปลงไป, ปฏิสัมพันธ์ของผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของภูมิอกาศ เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เราไม่อาจจะหยุดยั้งได้ และจะมีผลกระทบได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้จำเป็นที่จะต้องเตรียมการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ กำลังเกิดขึ้นนี้ (ควบคู่ไปกับการพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ) คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ได้ให้นิยามการปรับตัวว่าคือ การปรับเปลี่ยนระบบนิเวศ สังคม และเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Smit et al 2001 อ้างใน Leary et al 2008) ซึ่งรวมถึงการบรรเทาผลกระทบ หรือใช้ประโยชน์จาก การผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่คาดว่าจะเกิดขึ้น  การรับมือการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นกิจกรรมเฉพาะอย่าง เช่น เกษตรกรเปลี่ยนจากการปลูกพืชชนิดหนึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่ง หรืออาจเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เช่น การเปลี่ยนวิถีการผลิตและการดำเนินชีวิต หรือการเปลี่ยนแปลงในเชิงสถาบัน  การปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจเป็นกระบวนการปรับ ตัวก็ได้ ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับปัจจัยความเสี่ยง, การประเมินทางเลือกต่างๆ ในการรับมือ, การสร้างเงื่อนไขสำหรับการปรับตัว, การระดมทรัพยากรเพื่อการปรับตัว, การดำเนินการเพื่อปรับตัว, และการประเมินทบทวนแนวทางการปรับตัว เมื่อได้รับข้อมูลหรือผลการวิเคราะห์ใหม่ ซึ่งการปรับตัวในลักษณะที่เป็นกระบวนการนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายและสถาบันจากรัฐ จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ (Leary et al 2008)

ที่ผ่านมา ได้มีความพยายามในการดำเนินโครงการพัฒนาชนบทแบบยั่งยืนในชุมชนท้องถิ่นจำนวน มากอยู่แล้ว ซึ่งกิจกรรมของโครงการเหล่านี้มีบางส่วนอาจช่วยทำให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถที่ จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ดีขึ้น แต่บางกิจกรรมก็อาจจะไม่ได้มีส่วนช่วยโดยตรงในการปรับตัวของชุมชนเท่าใดนัก ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพ อากาศกับการพัฒนาชนบทแบบยั่งยืน อาจแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ (McGray, Hammill and Bradley 2007) คือ
(1) เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการพัฒนาแบบยั่งยืน ที่เผอิญมีเรื่องของการปรับตัวอยู่แล้ว
(2) เป็นการปรับการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาแบบยั่งยืน ที่ทำให้เกิดการปรับตัวของเกษตรกร-ชุมชน เนื่องจากสภาพเงื่อนไขในการดำเนินกิจกรรมเปลี่ยนไป อันเนื่องมาจากผลของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
(3) เป็นกิจกรรมที่ออกแบบและดำเนินการขึ้นเพิ่มเติมเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

อ่านเพิ่มเติมที่  http://www.greennet.or.th/climate/index.php?option=com_content&view=article&id=52:2009-08-22-15-36-20

Categories: บทความ Tags:

ขบวนชุมชนพัทลุงจับมือ พอช.เดินหน้าขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน

July 16th, 2010 saan Comments off
เครือข่ายองค์กรชุมชนพัทลุง จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสภาองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ 2-3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนและภาคีจังหวัดพัทลุงร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กร ชุมชน สำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ณ วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน (มหาวิทยาลัยทักษิณ) ตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยมีแกนนำองค์กรชุมชนในจังหวัดพัทลุง 60 คนเข้าร่วม
นายแก้ว สังข์ชู ประธานศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนและภาคีจังหวัดพัทลุง ระบุวัตถุประสงค์ในการจัดการสัมมนาครั้งนี้ว่าเพื่อให้ผู้นำองค์กรชุมชนซึ่ง ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาอยู่ในพื้นที่มีความเข้าใจเนื้อหาสาระสำคัญของสภา องค์กรชุมชน เพื่อที่จะไปดำเนินงานส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน และวางแผนงานการขับเคลื่อนในจังหวัดพัทลุง
ด้าน นายสุวัฒน์ คงแป้น ผู้ชำนาญการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฎิบัติการภาคใต้ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ชุมชนและสังคมไทย โดยระบุว่า สังคมไทยถูกรุกจากวัฒนธรรมตะวันตก ทำให้วิถีความเป็นไทย และบริบทของสังคมไทยเปลี่ยน ยิ่งการรุกของกระแสทุนนิยมโลกาภิวัตน์ที่เข้าครอบงำอำนาจทางการเมืองการ ปกครอง ยิ่งทำให้ชุมชนรากหญ้าสูญสิ้นอำนาจ ดังนั้นสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการคืนอำนาจให้กับชุมชน ให้สถานะชุมชนในการมีที่ยืน เพื่อร่วมกันคิด กำหนดทิศทางของชุมชน สู่อิสรภาพ เอกภาพ และภราดรภาพ
จากนั้น เป็นการเสวนานำเสนอกรณีพื้นที่ตัวอย่างที่ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการ แก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่น จากตำบลควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งมีนายประนอบ คงสม ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู และตำบลคูหาใต้ ซึ่งมีนายสุวรรณ อ่อนรักษ์ ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ และนางชัชชญา ไชยถาวร สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้ โดยมีนายสามารถ สุขบรรจง เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฎิบัติการภาคใต้ เป็นผู้ดำเนินรายการ
โดยสาระ สำคัญของทั้ง 2 พื้นที่ คือการที่ชุมชนมีสถานการณ์ปัญหาในพื้นที่ ชุมชนพยายามหาทางจัดการตนเอง โดย ตำบลควนรูได้จัดให้มี ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน หรือ ศอช. ด้านตำบลคูหาใต้มีการจัดตั้งสภาร้อยแปด แต่ก็ยังไม่มีสถานะ และครอบคลุมชุมชนทั้งตำบล จึงได้จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ซึ่งนับว่ามีบทบาทสำคัญ ทั้งด้านการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล การสร้างระบบการเมืองสมานฉันท์ รวมทั้งการจัดเวทีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกรณีบริษัทอุตสาหกรรมในพื้นที่
วันที่ สองของการสัมมนาเป็นการฝึกอบรมกระบวนการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน โดยนายปาฏิหาริย์ บุญรัตน์ สมาชิกที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล จากจังหวัดสงขลา
ช่วง ท้ายของการสัมมนา มีการระดมความคิดเห็น และวางแผนการขับเคลื่อนของขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดพัทลุง โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับสภาองค์กรชุมชนต้นแบบ 1 อำเภอ 1 สภาองค์กรชุมชนตำบล
ที่มา : สามารถ สุขบรรจง รายงาน http://www.souththai.org/index.php?option=com_content&task=view&id=379&Itemid=30
Categories: กิจกรรม Tags: กิจกรรม
Page 1 of 2012345»1020...Last »
RSS feed
  • Google
  • Youdao
  • Xian Guo
  • Zhua Xia
  • My Yahoo!
  • newsgator
  • Bloglines
  • iNezha

 

September 2010
M T W T F S S
« Aug    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

Popular Posts

  • รู้จักอาฟต้า AFTA : เขตการค้าเสรีอาเซียน
  • โลกาภิวัตน์ (globalization) คืออะไร
  • โลกาภิวัตน์กับผลกระทบต่อสังคมไทย
  • การพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • การเลี้ยงแพะในสวนปาล์ม
  • การปลูกปาล์มด้วยพันธุ์ใต้ต้น : ความรู้ของเกษตรกร…ที่นักวิชาการไม่ยอมรับ
  • เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองหินเขาคูหา ขอให้มีการตรวจสอบการขอต่ออายุประทานบัตรเหมืองหินเขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และขอคุ้มครองสิทธิของแกนนำและครอบครัวผู้เคลื่อนไหว
  • วันนี้ที่เขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
  • ผลกระทบจากการทำเหมืองหินเขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
  • สิทธิชุมชน ช่องทางหนึ่งในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • สินค้าเกษตรไทยไม่พร้อมแข่งเปิดเสรี ‘อาฟต้า’
  • ทางเลือกใหม่ของชาวสวนปาล์ม

Tags

กระบี่ การค้าเสรี กิจกรรม ข่าว ข้าวพื้นบ้าน คลองท่าแนะ จ.พัทลุง คลองปากประ จ.พัทลุง นครศรีฯ บทความ ประเพณี พัทลุง สงขลา สุราษฎร์ธานี เกษตรทางเลือก เขาคูหา โลกาภิวัตน์

Categories

  • กิจกรรม
  • ข่าว
  • บทความ
  • พันธุกรรมพื้นบ้าน
  • เกษตรทางเลือก

ผู้เยี่ยมชม

visits 48 คน totalvisits 11999 คน

UserOnline

1 User Online
Users: 1 Guest

Meta

  • Log in
  • Entries RSS
  • Comments RSS
  • WordPress.org

Sponsor

บนสุด WordPress
Copyright © 2009-2010 saanthai.net
ธีมโดย NeoEase ซึ่งรองรับ XHTML 1.1 และ CSS 3.